"หยุดหนึ่งวันโดยได้รับค่าจ้าง (แรงงานที่ทำงานในบ้าน)"
 English
ข้อมูลทั่วไป
เกี่ยวกับแมพ
โครงการ CHE
โครงการ AAA
ทีม MSU
ข่าวและอัพเดท
ข่าว
นโยบายที่เกี่ยวแรงงาน
แถลงการณ์ ฯลฯ
ประกาศรับสมัครงาน
สื่อต่างๆ และบทความ
สื่อภาษาไทยและอังกฤษ
สื่อภาษาชาติพันธุ์
บทความและงานที่นำเสนอ
ภาพกิจกรรม
เครือข่าย
เครือข่ายของแมพ
link
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา


Karen Music VCD
Vol.1


VCD KARAOKE
Vol.1
Migrant song
(SHAN)

 

 

 

จนท. บุกค้นบ้านใหม่หนองผึ้ง จับบุคคลไม่มีสถานะ – ออกนอกพื้นที่กว่า 50 ราย

ตามที่เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ชาวบ้านบ้านใหม่หนองผึ้ง หมู่ 18 ต.อินทขิล อ.แม่แตง เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ระงับการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวบ้านที่ปลูกสร้างในที่ สปก. 4-01 แต่ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ของ อ.แม่แตง ห้ามไม่ให้เดินทางไปร้องเรียนที่ศาลากลางจังหวัดและให้มาเจรจากันที่อำเภอแม่แตง ก่อนจะเลื่อนเจรจาชาวบ้านเป็นวันถัดไปเนื่องจากติดประชุม

โดยปลัดอำเภอได้ให้ผู้นำชุมชนแจ้งยอดสมาชิกในชุมชนที่ไม่มีหลักฐานประจำตัวอะไรเลย โดยให้เหตุผลว่าขอรายชื่อไว้ก่อนเพื่อทำการสำรวจสัญชาติต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดนั้น วานนี้ (3 เม.ย.) เวลา 5.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ แม่สอด และฝาง ร่วมกับ ตชด.ที่ 33 ตำรวจ สภ.อ.แม่แตง และตำรวจป่าไม้ สนธิกำลังพร้อมอาวุธกว่า 100 นาย เข้าไปตรวจค้นชุมชนบ้านใหม่หนองผึ้งดังกล่าว

กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 100 นาย ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่แตง ได้เข้าไปตรวจสอบและจับกุมชาวบ้านบ้านหนองผึ้งใหม่จำนวน 54 คน ข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และชาวบ้านที่เหลือไม่ถูกจับกุม เนื่องจากมีเอกสารแสดงสถานะบุคคล บางส่วนมีใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยแยกคนกลุ่มแรกที่ไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคล จำนวน 27 คน ซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 50-70 ปี ส่งสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงใหม่

ในเวลาต่อมาพบว่า ในจำนวนที่ไปสำนักงาน ตม. นั้นเป็นเด็ก 5 คน คนที่มี ทร 38/1 จำนวน 1 คน มีบัตรอนุญาตทำงาน 8 คน แต่บัตรหมดอายุ 2 คน บัตรผู้สูงอายุ 1 คน และมีผู้ไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคลจริงๆ เพียง 12 คน

ส่วนคนกลุ่มที่สองจำนวน 27 คน ถือบัตรบุคคลบนพื้นที่สูงสีเขียวขอบแดง รอการพิสูจน์สัญชาติ จึงถูกจับข้อหาข้ามเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว โดยถูกควบคุมที่ สภ.อ.แม่แตง แบ่งเป็นชาย 17 คน หญิง 10 คน ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์ 2 คน และแม่ลูกอ่อน 1 คน และมีเยาวชนอายุ 15-17 ปี 2 คน สำหรับผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวรายละ 75,000 บาท แต่ไม่มีใครมีเงินพอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ก่อนที่ สภ.อ.แม่แตง ก่อนทำสำนวนฝากขังที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่

มติ ครม.ไร้ผล ตำรวจควบคุมเยาวชน 2 รายฝากขังสถานพินิจ

ส่วนเยาวชน 2 คน ถูกนำตัวส่งสถานพินิจข้อหาออกนอกเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว ตั้งหลักทรัพย์ประกันตัวรายละ 5,000 บาท

แม้จะมีระเบียบกระทรวงที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย ที่  มท 0308.4/795 ฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2550 เรื่องการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ที่ระบุว่า ให้เด็กและเยาวชนสามารถเดินทางไปศึกษาได้เป็นระยะเวลาตามหลักสูตร โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราว และอนุญาตให้นักเรียน นักศึกษา ที่เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไทยเดินทางออกนอกเขตควบคุมเป็นการชั่วคราว เพื่อรับการศึกษาในสถานศึกษา

ชาวบ้านในชุมชนดังกล่าวกล่าวว่า เพราะชาวบ้านออกมาเรียกร้องขออยู่อาศัยในชุมชนใช่หรือไม่จึงถูกจับ ถูกกวาดล้างขนาดนี้ แล้วทั้งๆ ที่จะมีการเจรจากับทางอำเภอในเช้าวันนั้น แต่กลับมีการตรวจค้น-จับกุมในเวลาเช้ามืด เจ้าหน้าที่ต้องการอะไรกันแน่ จะช่วยเหลือหรือจะผลักดันพวกเขาออกนอกประเทศ

ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองฯ เห็นเป็นต่างด้าวสร้างบ้านในที่ สปก. จึงเข้าตรวจค้น

ขณะที่ พ.ต.อ.ประยุทธ ชมมาลี ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวจำนวนมากเข้าไปซื้อที่ดิน สปก. 4-01 เพื่อสร้างบ้าน และชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ประสานกับตำรวจป่าไม้เข้าตรวจสอบพบมีการจัดสรรที่ดินแปลงละ 100 ตารางวาจำนวน 220 แปลงรวมประมาณ 72 ไร่

 และต่อมาในปี 2546 ได้มีชนกลุ่มน้อยและบุคคลต่างด้าวสัญชาติพม่า ทยอยเข้ามาซื้อที่ดินในราคาแปลงละ 20,000 บาท และสร้างเป็นที่อยู่อาศัย หลังจากต้นปี 2547 จำนวนของบุคคลต่างด้าวได้เพิ่มจำนวนขึ้น จึงมีการตรวจค้นและจับกุม

องค์กรพัฒนาเอกชนเข้าหารือ จนท.รัฐ ขอให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา

ขณะที่ในเวลา 10.00 น. ที่ว่าการอำเภอแม่แตง เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน จากมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของกลุ่มชาติพันธุ์ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนพื้นที่สูง (ศปส.) และสภาทนายความ ได้เข้าพบกับนายปกรณ์ สุริวรรณ ปลัดอำเภอแม่แตง ฝ่ายความมั่นคง

โดยนายปกรณ์กล่าวว่า จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ไขปัญหา มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีคณะทำงานประกอบด้วยหน่วยงานราชการเกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมที่ดิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่จากองค์กรพัฒนาเอกชนได้เสนอว่าต้องให้ชาวบ้านในชุมชน และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย

โดยนายปกรณ์กล่าวว่าหากมีการประชุมโดยคณะทำงานก็ยินดีให้ชาวบ้านเข้าฟังการประชุม ส่วนข้อเสนอเรื่องขอร่วมเป็นคณะกรรมการขอนำไปพิจารณาก่อน

ผู้ว่าฯ รับไม่ได้ ให้ สปก.จังหวัดดำเนินคดี

ด้าน นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่อาศัยในชุมชนดังกล่าวเป็นชาวไทใหญ่หลังจากตรวจสอบทราบว่า มีนายทุนผู้มีสิทธิครอบครองนำที่ดินไปใช้นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยที่ดินผืนดังกล่าวอยู่ในที่ สปก. 4-01 แปลงเลขที่ 4 ระวาง สปก. ที่ 405 เลขที่ 1721 เล่มที่ 18 หน้า 21 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งรัฐจัดสรรให้เป็นที่ทำกินของเกษตรกร โดยมีนางอรทัย รัตนพจน์ ชาวกรุงเทพฯ เป็นผู้ครอบครองขณะนี้ได้มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

 อนึ่ง มีหนังสือจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ชม. 0011/936 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2551 เรื่อง รายงานข้อเท็จจริงกรณีนายทุนนำที่ดิน สปก. ไปแบ่งขายให้ต่างด้าว ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีข้อเสนอแนะเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหา ว่า “2 กรณีแรงงานต่างด้าวเข้าอยู่อาศัยทำประโยชน์ในพื้นที่ สปก. โดยมิชอบ เห็นสมควรดำเนินการ 2 แนวทางดังนี้

2.1 พิจารณาตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินสปก. ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อัยการ ตำรวจ กรมป่าไม้ สำนักงานที่ดินจังหวัด อบต.อินทขิล แรงงานจังหวัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ

2.2 ฟ้องคดีอาญาฐานบุกรุกที่ดิน สปก. ซึ่ง สปก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 มาตรา 36 ทวิ บรรดาที่ดินที่ สปก. ได้มา ให้ สปก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และ สปก. มอบอำนวจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจร้องทุกข์คดีอาญา ตามคำสั่งที่ 767/2548 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2548

ทนายวิจารณ์ จนท.เข้าจับกุมเหมือนชาวบ้านเป็นอาชญากร แนะใช้หลักมนุษยธรรม

ด้านนายสุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิชุมชนด้านกฎหมาย และทนายความจากสภาทนายความ ซึ่งร่วมหารือกับปลัดอำเภอด้วย กล่าวว่า เรื่องนี้ชาวบ้านไม่ได้บุกรุกป่าแน่ เพราะที่ดินมีเจ้าของ มีเอกสารสิทธิ มีการเสียภาษีทุกปี แต่ที่ สปก. ซื้อขายไม่ได้ และคนต่างด้าวไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า คนเรามีความจำเป็น ต้องมีครอบครัว มีรายได้ ต้องมีที่ซุกหัวนอน เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ คนต่างด้าวที่ไปซื้อที่เขาไม่รู้กฎหมายแน่ๆ และการเข้าไปอยู่ เป็นการอยู่อาศัยเป็นร้อยๆ ครอบครัว ไม่ได้ปลูกสร้างกันวันสองวัน ตอนนี้กลายเป็นชุมชนแล้ว หากมีการไล่ที่ รื้อถอนบ้านเรือน ต้องคิดว่าจะให้เขาไปอยู่ที่ไหน

นายสุมิตรชัยยังวิจารณ์การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ว่า กรณีที่เป็นที่ดิน สปก. เช่นนี้ หากจะดำเนินคดีควรดำเนินการเพิกถอนสิทธิ สปก. เสียก่อน ไม่ใช่เข้าไปค้นชาวบ้านด้วยสมมติฐานว่าเขาเป็นอาชญากร ทำให้ภาพที่ออกมากลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีมนุษยธรรม มีภาพแม่ที่โดนจับให้นมลูกในคุก มีสามเณรเกาะลูกกรงร้องไห้ ซึ่งไม่ควรมีภาพแบบนี้

อนึ่ง สำหรับชุมชนบ้านใหม่หนองผึ้งดังกล่าวตั้งขึ้นในปี 2547 เมื่อเจ้าของที่ สปก. เดิม ที่มีที่ดินแปลงติดกันรวม 3 ราย พื้นที่กว่า 70 ไร่ ต้องการขายสิทธิที่ดิน คนเฝ้าสวนซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ ถือบัตรสถานะบุคคลบนพื้นที่สูง (เขียวขอบแดง) จึงขอซื้อต่อ แต่เงินไม่พอจึงพากันชักชวนครอบครัวและญาติพี่น้องช่วยกันซื้อที่ดินคนละแปลงๆ ละประมาณ 80-100 ตารางวา ราคาแปลงละ 20,000 บาท โดยไม่รู้ว่าที่ดิน สปก. ตามกฎหมายข้ามซื้อขาย แบ่งแยก โอนสิทธิ์ และต้องใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมเท่านั้น

และจากเดิมที่มีชาวบ้านไทใหญ่เข้ามาอาศัยไม่กี่สิบราย ต่อมาก็มีการชักชวนญาติพี่น้องที่เป็นชาวไทใหญ่ด้วยกันซึ่งอาศัยอยู่แถบ ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือบัตรสถานะบุคคลบนพื้นที่สูง (สีเขียวขอบแดง) และส่วนหนึ่งถือบัตรอนุญาตทำงานแรงงานแต่งด้าวมาร่วมซื้อที่ดินเพื่อสร้างที่พักอาศัย

จนปัจจุบันชุมชนบ้านใหม่หนองผึ้งมีบ้านกว่า 150 หลังคาเรือน ประชากรกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่ชาวบ้านรับจ้างทำเกษตรกรรมตามฤดูกาล โดยเมื่อปี 2547 ชุมชนแห่งนี้เคยได้รับการแต่งตั้งจากนายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ในขณะนั้น ให้เป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งด้วย ก่อนที่จะถูก สปก. และเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว

แหล่งทีมา ::http://www.prachatai.com/05web/th/home/11748

 

 



MAP 10 years, English



POSH, Shan


Paralegal, Burmese


Child & Youth, Karen